ประวัติสโมสรโอลิมปิก ลียง จากทีมเมืองโรนสู่ราชันเจ็ดสมัยและคืนใหญ่ในยุโรป
โอลิมปิก ลียง หรือ โอแอล คือสโมสรที่เคยเปลี่ยนการแข่งขัน ลีกเอิง ให้กลายเป็นยุคของตัวเอง แชมป์เจ็ดฤดูกาลติดต่อกันระหว่างปี 2002 ถึง 2008 เป็นสถิติที่ทำให้ชื่อทีมจากเมืองลียงถูกจดจำไปไกลกว่าฝรั่งเศส
แต่ประวัติศาสตร์ของลียงไม่ได้เริ่มที่ถ้วยลีกใบแรก ก่อนถึงยุคจูนินโญ่และเบนเซม่า สโมสรผ่านการสร้างทีมหลายทศวรรษ เคยตกชั้น เคยชูถ้วยบอลถ้วย และค่อย ๆ วางระบบเยาวชนกับสนามเหย้าที่กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในยุคต่อมา
ปี 1950 โอลิมปิก ลียงเริ่มต้นเส้นทางของตัวเองในเมืองริมแม่น้ำโรน
โอลิมปิก ลียงก่อตั้งขึ้นในปี 1950 โดยแยกเส้นทางฟุตบอลอาชีพออกมาจากลียง โอลิมปิก ยูนิเวอร์ซิแตร์ สโมสรใหม่เริ่มสร้างชื่อในระบบลีกฝรั่งเศสและได้เลื่อนสู่ดิวิชันหนึ่งในช่วงแรกของประวัติศาสตร์ สนามแชร์กล็องด์กลายเป็นบ้านที่ผู้คนในเมืองมารวมตัวกันวันแข่งขัน แม้เวลานั้นลียงยังไม่ได้ครองถ้วยแชมป์ลีก แต่ฐานแฟนบอลและประสบการณ์บนเวทีสูงสุดกำลังค่อย ๆ หล่อหลอมทีมที่จะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต
ถ้วยเฟรนช์คัพสามสมัยสร้างชื่อให้ลียงก่อนยุคแชมป์ลีกจะมาถึง
ลียงเริ่มเติมถ้วยรางวัลสำคัญให้สโมสรด้วยแชมป์เฟรนช์คัพปี 1964 จากนั้นคว้ารายการเดียวกันอีกในปี 1967 และ 1973 ยุคนั้นมีแบร์นาร์ ลาคอมบ์และเฟลอรี ดิ นัลโลเป็นชื่อที่แฟนบอลพูดถึงเมื่อย้อนความทรงจำ ทีมยังได้สัมผัสการแข่งขันยุโรปจากผลงานบอลถ้วย ความสำเร็จเหล่านี้มีความหมายมาก เพราะในวันที่ลียงยังไม่เคยเป็นแชมป์ลีก พวกเขาก็พิสูจน์แล้วว่าสามารถเอาชนะคู่แข่งในเกมชิงถ้วยได้
จากการตกชั้นสู่การคืนลีกสูงสุด ลียงค่อย ๆ วางรากฐานทีมใหญ่
ความสำเร็จในบอลถ้วยไม่ได้ทำให้เส้นทางลีกของลียงราบเรียบ สโมสรตกชั้นในทศวรรษ 1980 และต้องหาทางกลับไปยืนบนเวทีสูงสุด การเข้ามาของฌอง-มิเชล โอลาสในปี 1987 เป็นจุดเริ่มของแผนสร้างทีมระยะยาว ลียงเลื่อนกลับดิวิชันหนึ่งในปี 1989 ก่อนค่อย ๆ พัฒนาทั้งการจัดการและทีมในสนาม จากสโมสรที่ต้องคิดเรื่องการเลื่อนชั้น เป้าหมายของพวกเขาเปลี่ยนเป็นการไล่ตามทีมแถวหน้าของฝรั่งเศส
แชมป์ลีกครั้งแรกปี 2002 เปิดราชวงศ์เจ็ดสมัยติดต่อกันของลียง
ลียงคว้าแชมป์ลีกคัพในปี 2001 ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์สโมสร นัดสุดท้ายของลีกปี 2002 พวกเขาชนะล็องส์ 3-1 และคว้าแชมป์ลีกฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก จากนั้นลียงไม่ยอมปล่อยบัลลังก์ให้ใครอีกหกฤดูกาล จูนินโญ่กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลด้วยลูกตั้งเตะและการนำเกม ขณะที่นักเตะอย่างซิดนีย์ โกวูและคาริม เบนเซม่าช่วยสร้างความทรงจำต่างยุค แชมป์สมัยที่เจ็ดในปี 2008 มาพร้อมเฟรนช์คัพ เป็นบทปิดช่วงเวลาที่ลียงครองลีกอย่างแท้จริง
หมดช่วงครองบัลลังก์ แต่ลียงยังสร้างคืนสำคัญในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
หลังปี 2008 ลียงไม่ได้เป็นแชมป์ลีกอีก แต่ยังมีค่ำคืนที่ทำให้ยุโรปต้องมอง ปี 2010 ทีมผ่านเรอัล มาดริดและบอร์กโดซ์ ก่อนเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรก แม้สุดท้ายแพ้บาเยิร์น มิวนิก เส้นทางนั้นยืนยันว่าลียงยังแข่งขันในระดับสูงได้ สโมสรยังคว้าเฟรนช์คัพปี 2012 เพิ่มอีกหนึ่งใบ ขณะที่ความคาดหวังของแฟนบอลค่อย ๆ เปลี่ยนจากการนับจำนวนแชมป์ลีก เป็นการเฝ้าดูว่าทีมจะกลับไปถึงจุดสูงสุดได้เมื่อใด
สนามแห่งใหม่และอะคาเดมีส่งต่อตัวตนลียงให้ผู้เล่นรุ่นต่อไป
ปี 2016 ลียงย้ายเข้าสนามแห่งใหม่ซึ่งปัจจุบันรู้จักในชื่อกรูปามา สเตเดียม นี่เป็นก้าวสำคัญนอกสนามควบคู่กับงานพัฒนานักเตะเยาวชน ระบบของสโมสรเคยช่วยสร้างผู้เล่นอย่างอเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ นาบิล เฟคีร์ ซามูแอล อุมติตี้ และโกเรนแต็ง โตลิสโซ หลายคนเติบโตขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในช่วงที่ลียงต้องสร้างตัวตนหลังยุคแชมป์เจ็ดสมัย สนามใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แข่งขัน แต่ยังเป็นเวทีให้คนรุ่นใหม่เขียนเรื่องราวของตัวเอง
รอบรองชนะเลิศยุโรปปี 2020 เตือนว่าความทะเยอทะยานของลียงยังอยู่
ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2019/20 ลียงสร้างความประหลาดใจด้วยการผ่านยูเวนตุสและชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนหยุดเส้นทางที่รอบรองชนะเลิศกับบาเยิร์น มิวนิก ผลงานครั้งนั้นเกิดขึ้นสิบปีหลังการเข้ารอบตัดเชือกหนแรก และเป็นเครื่องย้ำว่าลียงยังสร้างคืนใหญ่ได้แม้ไม่ได้ครองลีกเหมือนอดีต วันนี้สโมสรยังต้องทำงานเพื่อกลับไปลุ้นแชมป์อีกครั้ง โดยมีทั้งความทรงจำเจ็ดสมัยติด อะคาเดมี และแรงเชียร์จากเมืองลียงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางข้างหน้า