ประวัติสโมสรฟูแล่ม ตำนานความยิ่งใหญ่แห่งทัพเจ้าสัวน้อยในลีกลูกหนังอังกฤษ
สโมสรฟุตบอลฟูแล่ม (Fulham F.C.) หรือที่แฟนบอลชาวไทยตั้งฉายาให้ว่า "เจ้าสัวน้อย" คือสโมสรฟุตบอลอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงลอนดอนที่ยังคงลงเล่นอยู่ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยความคลาสสิกของสนาม คราเวน คอตเทจ ริมแม่น้ำเทมส์ ทำให้พวกเขาเป็นสโมสรที่มีเสน่ห์และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของฟุตบอลอังกฤษขนานแท้
บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอย ประวัติฟูแล่ม เจาะลึกตั้งแต่จุดเริ่มต้นในโรงเรียนวันอาทิตย์ การสร้างรังเหย้าสุดคลาสสิก ยุคแห่งการพลิกโฉมโดยมหาเศรษฐี ไปจนถึงความสำเร็จระดับทวีป และการยืนหยัดในลีกสูงสุดยุคปัจจุบัน มาร่วมสัมผัสเส้นทางประวัติศาสตร์ของทัพเจ้าสัวน้อยไปพร้อมกันครับ
จุดกำเนิดสโมสรฟูแล่มจากทีมโรงเรียนวันอาทิตย์ในกรุงลอนดอน
ประวัติศาสตร์ของฟูแล่มเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1879 ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ศรัทธาและนักเรียนจากโรงเรียนวันอาทิตย์ของโบสถ์เซนต์แอนดรูว์ส (St Andrew's Church Sunday School FC) ในย่านเวสต์เคนซิงตัน ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "ฟูแล่ม" อย่างเป็นทางการในปี 1888 สโมสรเริ่มต้นจากการแข่งขันในลีกสมัครเล่นท้องถิ่น ก่อนจะยกระดับตัวเองก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัวและเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกในเวลาต่อมา ถือเป็นสโมสรอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองหลวงของอังกฤษ
การย้ายเข้าสู่รังเหย้าคราเวนคอตเทจอันคลาสสิกริมแม่น้ำเทมส์
หลังจากต้องตระเวนเช่าสนามลงเล่นอยู่หลายแห่ง ในที่สุดปี ค.ศ. 1896 ฟูแล่มได้ย้ายมาปักหลักที่ "คราเวน คอตเทจ" (Craven Cottage) สนามเหย้าที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์อันงดงาม สนามแห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย อาร์ชิบัลด์ ลีทช์ (Archibald Leitch) สถาปนิกชื่อดัง โดยมีเอกลักษณ์คือศาลาคอตเทจและอัฒจันทร์ที่สร้างด้วยอิฐแดง ซึ่งยังคงถูกอนุรักษ์ไว้และเป็นมนต์ขลังที่แฟนบอลทั่วโลกอยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต
ยุคแห่งความยากลำบากและการร่วงหล่นสู่ลีกระดับล่างของเกาะอังกฤษ
ตลอดช่วงศตวรรษที่ 20 ฟูแล่มมีผลงานที่ขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างลีกสูงสุดและลีกรอง แม้จะมีนักเตะระดับตำนานอย่าง จอห์นนี่ เฮย์นส์ (Johnny Haynes) ค้าแข้งอยู่ แต่ทีมก็ไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่มาประดับสโมสรได้ ในทศวรรษ 1990 สโมสรต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเงินอย่างหนักและผลงานตกต่ำจนถึงขีดสุด ร่วงหล่นลงไปเล่นในดิวิชัน 3 (ลีกระดับสี่ของอังกฤษ) และเกือบจะถูกยุบสโมสร
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อมหาเศรษฐีโมฮาเหม็ดอัลฟาเยดเข้ามาเทคโอเวอร์
รุ่งอรุณใหม่ของฟูแล่มเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1997 เมื่อ โมฮาเหม็ด อัล ฟาเยด (Mohamed Al-Fayed) อดีตเจ้าของห้างแฮร์รอดส์ ได้เข้ามาซื้อกิจการสโมสร เขาอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลและประกาศกร้าวว่าจะพาทีมขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกภายใน 5 ปี ซึ่งฟูแล่มก็ทำสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในปี 2001 ภายใต้การคุมทีมของ ฌอง ติกาน่า ถือเป็นการพลิกโฉมสโมสรให้กลับมามีชีวิตชีวาและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก (จึงเป็นที่มาของฉายา "เจ้าสัวน้อย" ในหมู่แฟนบอลไทย)
ความสำเร็จในยุครอยฮอดจ์สันและการเข้าชิงชนะเลิศยูโรปาลีก
ยุคที่แฟนบอลฟูแล่มจดจำได้ดีที่สุดคือช่วงที่ รอย ฮอดจ์สัน (Roy Hodgson) เข้ามาคุมทีม เขาพาทีมรอดพ้นการตกชั้นอย่างปาฏิหาริย์ ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์พาทีมจบอันดับ 7 ในพรีเมียร์ลีก และในฤดูกาล 2009-2010 ฟูแล่มสร้างผลงานช็อกโลกด้วยการทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปาลีก โดยปราบทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส มาได้ แม้จะพ่ายให้กับแอตเลติโก มาดริด ในนัดชิงฯ แต่ก็ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร
ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและการเป็นสโมสรโยโย่คลับ
หลังจากยุคของอัล ฟาเยด สโมสรถูกเทคโอเวอร์โดย ชาฮิด ข่าน (Shahid Khan) นักธุรกิจชาวอเมริกันในปี 2013 ฟูแล่มต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านและตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ในช่วงหลายปีต่อมาพวกเขาได้รับฉายาว่าเป็น "โยโย่คลับ" เนื่องจากมีผลงานที่เลื่อนชั้นสลับกับตกชั้นอยู่เป็นประจำทุกปี แม้จะมีการทุ่มเงินซื้อนักเตะมากมาย แต่ก็ไม่สามารถยืนหยัดบนลีกสูงสุดได้อย่างมั่นคง
การสร้างความมั่นคงในพรีเมียร์ลีกยุคปัจจุบันภายใต้มาร์โกซิลวา
ปัจจุบัน ฟูแล่มสามารถสลัดภาพจำของโยโย่คลับทิ้งไปได้สำเร็จ ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ มาร์โก ซิลวา (Marco Silva) เขาเข้ามาปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นให้ฟูแล่มกลายเป็นทีมที่เน้นเกมรุก ดุดัน และมีระบบการเล่นที่ชัดเจน ทำให้ทีมสามารถจบในอันดับกลางตารางของพรีเมียร์ลีกได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยโครงสร้างที่มั่นคงและสไตล์ฟุตบอลที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทัพเจ้าสัวน้อยจึงพร้อมที่จะยืนหยัดต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่และสร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนบอลในลอนดอนต่อไป