ประวัติสโมสรฮอฟเฟ่นไฮม์ จากทีมสมัครเล่นสู่ม้ามืดแห่งบุนเดสลีกาและเวทียุโรปอันยิ่งใหญ่
ทีเอสจี 1899 ฮอฟเฟ่นไฮม์ คือสโมสรที่เปลี่ยนภาพของทีมจากชุมชนเล็กให้กลายเป็นผู้ท้าทายบนเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เรื่องราวของพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจากถ้วยรางวัลหรือชื่อเสียง หากเริ่มจากความผูกพันของผู้คนในท้องถิ่น ความฝันที่ถูกวางรากฐานอย่างจริงจัง และความเชื่อว่าทีมเล็กสามารถยืนเคียงข้างสโมสรระดับตำนานได้
สโมสรซึ่งได้รับการเรียกขานว่า ทีมหมู่บ้าน เคยโลดแล่นอยู่ในฟุตบอลสมัครเล่นระดับล่าง ก่อนสร้างหนึ่งในการไต่ระดับที่รวดเร็วที่สุดของลูกหนังเยอรมัน จากสนามเล็กท่ามกลางชุมชนสู่ พรีซีโร อารีนา และจากคู่แข่งระดับภูมิภาคสู่การเผชิญหน้ากับยอดทีมในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
จุดกำเนิดปี 1899 จากชมรมยิมนาสติกสู่รากฐานลูกหนังแห่งฮอฟเฟ่นไฮม์
ต้นกำเนิดของสโมสรย้อนกลับไปวันที่ 1 กรกฎาคม 1899 เมื่อชาวเมืองร่วมกันก่อตั้ง Turnverein Hoffenheim ในฐานะชมรมยิมนาสติก ส่วนฟุตบอลเริ่มหยั่งรากอย่างชัดเจนหลัง Fußballverein Hoffenheim ถือกำเนิดขึ้นในปี 1921 ทั้งสององค์กรดำเนินกิจกรรมแยกจากกันท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมเยอรมัน ก่อนจะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของชุมชนเล็กในเขตซินส์ไฮม์ รัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก
การรวมสโมสรหลังสงครามและชีวิตยาวนานในโลกฟุตบอลสมัครเล่นเยอรมัน
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1945 ชมรมยิมนาสติกและสโมสรฟุตบอลได้รวมตัวเป็น Turn- und Sportgemeinschaft 1899 Hoffenheim หรือ TSG Hoffenheim อย่างที่แฟนบอลรู้จัก สโมสรใช้เวลาหลายทศวรรษอยู่ในระดับสมัครเล่น ห่างไกลจากแสงสีของบุนเดสลีกา สนามแข่งขันเป็นพื้นที่รวมใจของคนท้องถิ่นมากกว่าเวทีแห่งชื่อเสียง และแทบไม่มีใครคาดคิดว่าทีมแห่งนี้จะกลายเป็นปรากฏการณ์ของฟุตบอลเยอรมันในอนาคต
ดีทมาร์ ฮ็อพพ์ จุดประกายความฝันและเปลี่ยนทีมเล็กให้ทะยานข้ามลีก
จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงเมื่อดีทมาร์ ฮ็อพพ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ SAP และผู้มีสายสัมพันธ์กับสโมสรในวัยเยาว์ กลับมาสนับสนุนฮอฟเฟ่นไฮม์ เขาไม่ได้ทุ่มงบประมาณให้ทีมชุดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนามฝึก และระบบเยาวชนอย่างเป็นขั้นตอน ผลลัพธ์เริ่มปรากฏเมื่อทีมคว้าแชมป์ Verbandsliga Nordbaden ในปี 2000 ก่อนเลื่อนชั้นต่อเนื่องสู่ Regionalliga Süd ในปีถัดมา
ราล์ฟ รังนิก วางฟุตบอลสมัยใหม่พาฮอฟเฟ่นไฮม์ขึ้นบุนเดสลีกา
ปี 2006 สโมสรแต่งตั้งราล์ฟ รังนิกเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน และแนวคิดฟุตบอลที่เน้นพลังงาน การเพรสซิ่ง และการเล่นอย่างเป็นระบบได้เปลี่ยนทีมอย่างรวดเร็ว ฮอฟเฟ่นไฮม์เลื่อนชั้นสู่ลีกา 2 ในฤดูกาล 2006/07 ก่อนจบรองแชมป์ในฤดูกาลถัดมาและคว้าตั๋วขึ้นบุนเดสลีกา พวกเขาใช้เวลาในลีกรองเพียงปีเดียว เปลี่ยนจากทีมระดับภูมิภาคเป็นสมาชิกลีกสูงสุดภายในเส้นทางที่รวดเร็วจนทั้งประเทศต้องหันมามอง
ฤดูกาลมหัศจรรย์แชมป์ครึ่งทางก่อนบททดสอบแสนเจ็บปวดของทีมน้องใหม่
ฤดูกาล 2008/09 กลายเป็นเทพนิยายของฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมน้องใหม่เล่นฟุตบอลบุกอย่างกล้าหาญและทะยานขึ้นเป็นแชมป์ครึ่งฤดูกาล โดยมีเวดัด อิบิเซวิชเป็นหัวใจในแนวรุก อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บรุนแรงของดาวยิงคนสำคัญทำให้จังหวะของทีมสะดุด ก่อนจบฤดูกาลในอันดับ 7 แม้พลาดโอกาสสร้างปาฏิหาริย์ให้สมบูรณ์ แต่ผลงานครึ่งแรกได้ประกาศชัดว่าทีมหมู่บ้านไม่ได้ขึ้นมาเป็นเพียงผู้ร่วมแข่งขัน
ผ่านวิกฤตหนีตกชั้นสู่ยุคนาเกลส์มันน์และประตูบานแรกของฟุตบอลยุโรป
หลังความร้อนแรงในปีแรก ฮอฟเฟ่นไฮม์ต้องเผชิญหลายฤดูกาลที่ผลงานผันผวน จุดต่ำสำคัญเกิดขึ้นในฤดูกาล 2012/13 เมื่อทีมจบอันดับ 16 และต้องเล่นเพลย์ออฟหนีตกชั้น แต่ชัยชนะเหนือไกเซอร์สเลาเทิร์นด้วยสกอร์รวม 5-2 ช่วยรักษาสถานะบนลีกสูงสุดเอาไว้ จากนั้นยูเลียน นาเกลส์มันน์เข้ามาปลุกทีมให้กลับมามีชีวิตชีวา พาจบอันดับ 4 ในฤดูกาล 2016/17 และเปิดประตูสู่ฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรก
ฮอฟเฟ่นไฮม์ยุคปัจจุบันกับตัวตนทีมพัฒนาดาวรุ่งผู้ไม่หยุดท้าทายยักษ์ใหญ่
ฤดูกาล 2017/18 ฮอฟเฟ่นไฮม์สร้างสถิติสูงสุดของสโมสรด้วยการจบอันดับ 3 ในบุนเดสลีกา พร้อมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลต่อมา แม้ยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ แต่สโมสรสามารถปักหลักบนลีกสูงสุดอย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาภาพลักษณ์ของทีมที่กล้าให้โอกาสนักเตะหนุ่ม ใช้ฟุตบอลเชิงรุก และพัฒนาบุคลากรคุณภาพ เรื่องราวของพวกเขาจึงไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะจำนวนถ้วย หากยิ่งใหญ่เพราะการเดินทางจากฟุตบอลสมัครเล่นสู่เวทีระดับทวีป