ประวัติสโมสรซันเดอร์แลนด์ ตำนานความยิ่งใหญ่แห่งทัพแมวดำในฟุตบอลอังกฤษ
สโมสรฟุตบอลซันเดอร์แลนด์ (Sunderland A.F.C.) หรือเจ้าของฉายา "แมวดำ" คือสโมสรระดับตำนานที่เปรียบเสมือนลมหายใจของผู้คนในเมืองซันเดอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน ฟุตบอลอังกฤษ ด้วยศรัทธาอันแรงกล้าของแฟนบอล และรังเหย้าอันกว้างใหญ่อย่าง สเตเดียม ออฟ ไลต์ ทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีฐานแฟนบอลเหนียวแน่นที่สุดในเกาะอังกฤษ
บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอย ประวัติซันเดอร์แลนด์ เจาะลึกตั้งแต่จุดกำเนิดโดยกลุ่มครูโรงเรียน ความเกรียงไกรในยุคอดีตที่กวาดแชมป์ลีกสูงสุด รอยแค้นในศึกดาร์บี้แมตช์ ไปจนถึงวิกฤตการณ์ตกชั้นที่เจ็บปวด และการลุกขึ้นสู้เพื่อฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง มาร่วมสัมผัสเส้นทางแห่งหยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และความจงรักภักดีของทัพแมวดำไปพร้อมกันครับ
จุดกำเนิดสโมสรซันเดอร์แลนด์โดยกลุ่มครูโรงเรียนในแดนอีสานของอังกฤษ
ประวัติศาสตร์ของสโมสรซันเดอร์แลนด์เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1879 โดย เจมส์ อัลลัน (James Allan) ครูโรงเรียนที่ได้รวบรวมกลุ่มเพื่อนครูด้วยกันเพื่อก่อตั้งทีมฟุตบอลในชื่อ "Sunderland and District Teachers A.F.C." ก่อนที่จะเปิดรับคนนอกเข้ามาเล่นและเปลี่ยนชื่อเป็น ซันเดอร์แลนด์ เอเอฟซี ในอีกหนึ่งปีต่อมา สโมสรเติบโตอย่างรวดเร็วและก้าวเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ทำให้กีฬาลูกหนังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวเมืองนับแต่นั้น
ยุคแห่งความยิ่งใหญ่กับการกวาดแชมป์ลีกสูงสุดหกสมัยในอดีต
ซันเดอร์แลนด์คือหนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังยุคแรกเริ่มของเกาะอังกฤษอย่างแท้จริง พวกเขาได้รับฉายาในอดีตว่า "Team of All Talents" และกวาดแชมป์ลีกสูงสุด (ดิวิชัน 1 เดิม) มาครองได้ถึง 6 สมัย (1892, 1893, 1895, 1902, 1913, และ 1936) ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้ทำให้สโมสรได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้สวยงามและแข็งแกร่งที่สุดในประเทศในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
ตำนานแชมป์เอฟเอคัพปี 1973 ที่อยู่ในความทรงจำของแฟนบอลตลอดกาล
แม้จะห่างหายจากแชมป์ลีกสูงสุดไปนาน แต่หนึ่งในความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแฟนบอลคือเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ปี ค.ศ. 1973 ซันเดอร์แลนด์ซึ่งในขณะนั้นเป็นทีมจากดิวิชัน 2 ภายใต้การคุมทีมของ บ็อบ สโตโค หักปากกาเซียนทุกสำนักด้วยการพลิกเอาชนะยอดทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปได้ 1-0 ถือเป็นหนึ่งในการพลิกล็อกครั้งมโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลถ้วยอังกฤษ และเป็นแชมป์รายการเมเจอร์ล่าสุดของพวกเขา
มนต์ขลังของสนามโรเกอร์พาร์คและการย้ายสู่สเตเดียมออฟไลต์
ตลอดศตวรรษที่ 20 รังเหย้าที่เปรียบเสมือนวิหารศักดิ์สิทธิ์ของสโมสรคือ "โรเกอร์ พาร์ค" (Roker Park) สนามที่สร้างความน่าเกรงขามให้กับทีมเยือนด้วยเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้อง แต่เมื่อฟุตบอลพัฒนาเข้าสู่ยุคใหม่และต้องการสนามที่ใหญ่ขึ้น สโมสรจึงตัดสินใจย้ายรังเหย้ามายัง "สเตเดียม ออฟ ไลต์" (Stadium of Light) ในปี ค.ศ. 1997 สนามเหย้าแห่งใหม่ที่จุผู้ชมได้เกือบ 50,000 คน ซึ่งสร้างทับเหมืองถ่านหินเก่าเพื่อเชิดชูเกียรติชนชั้นแรงงานของเมือง
ศึกไทน์เวียร์ดาร์บี้แมตช์ความเป็นอริที่ดุเดือดกับนิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ด
เมื่อพูดถึงซันเดอร์แลนด์ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความเป็นอริตลอดกาลกับเพื่อนบ้านอย่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในศึก "ไทน์-เวียร์ ดาร์บี้" (Tyne-Wear Derby) การเผชิญหน้ากันของทั้งสองทีมไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของฟุตบอล แต่ยังมีรากฐานมาจากความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจของทั้งสองเมือง ทำให้ดาร์บี้แมตช์นี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่เดือดดาลและมีอารมณ์ร่วมสูงที่สุดในโลก
วิกฤตการณ์การตกชั้นซ้อนสู่ลีกวันและช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดของสโมสร
ทัพแมวดำต้องเผชิญกับฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดในช่วงปลายทศวรรษ 2010 หลังจากดิ้นรนหนีตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกมาหลายปี ในที่สุดพวกเขาก็ร่วงหล่นสู่แชมเปียนชิพในฤดูกาล 2016-2017 และที่ช็อกแฟนบอลยิ่งกว่าคือการตกชั้นซ้ำซ้อนในฤดูกาลถัดมา ทำให้สโมสรหล่นไปอยู่ในลีกวัน (ดิวิชัน 3) เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถูกนำเสนอผ่านสารคดีดังระดับโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดและการดิ้นรนของสโมสรและแฟนบอล
การฟื้นคืนชีพของทัพแมวดำและก้าวต่อไปเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่
แม้จะตกลงไปอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด แต่แฟนบอลซันเดอร์แลนด์ก็ไม่เคยทอดทิ้งทีม พวกเขายังคงเข้ามาเชียร์กันเต็มสนามสเตเดียม ออฟ ไลต์ เสมอ ด้วยการบริหารงานของกลุ่มทุนใหม่และการรวมพลังกัน สโมสรสามารถเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกแชมเปียนชิพได้สำเร็จ ปัจจุบันทัพแมวดำกำลังสร้างทีมขึ้นมาใหม่ด้วยพลังของนักเตะดาวรุ่งและระบบที่แข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าสานต่อความฝันเพื่อทวงคืนบัลลังก์บนลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษให้แฟนบอลได้ภาคภูมิใจอีกครั้ง