ประวัติสโมสรไมนซ์ 05 ทีมคาร์นิวัลผู้เปลี่ยนศรัทธาแห่งเมืองสู่พลังบนบุนเดสลีกา
ไมนซ์ 05 หรือชื่อเต็ม 1. FSV Mainz 05 คือสโมสรที่หลอมรวมฟุตบอลเข้ากับจิตวิญญาณแห่งเมืองคาร์นิวัลได้อย่างมีเอกลักษณ์ แม้ไม่มีทรัพยากรเทียบเท่ายักษ์ใหญ่ แต่พวกเขายืนหยัดอยู่บนเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ด้วยพลังของกองเชียร์ ระบบเยาวชน และวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่ยอมจำนนต่อข้อจำกัด
เรื่องราวของสโมสรฉายา Die Nullfünfer และ ทีมคาร์นิวัล เต็มไปด้วยความผิดหวังที่เกือบทำลายความฝัน ก่อนถูกเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันสู่ลีกสูงสุด ไมนซ์ยังเป็นต้นทางของกุนซือระดับโลกอย่างเยอร์เกน คล็อปป์และโธมัส ทูเคิล จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแหล่งบ่มเพาะแนวคิดฟุตบอลที่สำคัญของเยอรมนี
จุดกำเนิดปี 1905 และการรวมตัวเป็นสโมสรฟุตบอลแห่งเมืองไมนซ์
รากฐานของไมนซ์ 05 เริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 1905 เมื่อกลุ่มคนรักฟุตบอลก่อตั้ง 1. Mainzer Fußballclub Hassia 1905 ขึ้นในเมืองไมนซ์ สโมสรควบรวมกับ FC Hermannia 07 ในปี 1912 ก่อนรวมกับ Sportverein 1908 Mainz หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จนเกิดชื่อ 1. Mainzer Fußball- und Sportverein 05 ในปี 1919 ตัวเลข 05 จึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชื่อ แต่เป็นเครื่องหมายที่เชื่อมทีมยุคปัจจุบันเข้ากับปีแห่งการถือกำเนิด
ผ่านสงครามและฟุตบอลภูมิภาคบนเส้นทางยาวไกลก่อนก้าวสู่ลีกอาชีพ
ช่วงระหว่างสงคราม ไมนซ์ประสบความสำเร็จในระดับภูมิภาคและเคยเข้าสู่การแข่งขันชิงแชมป์เยอรมัน แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สโมสรต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ห่างจากลีกสูงสุด เมื่อบุนเดสลีกาก่อตั้งในปี 1963 ไมนซ์ไม่ได้รับเลือกให้ร่วมแข่งขันและต้องลงเล่นใน Regionalliga Südwest หลายทศวรรษต่อมาเต็มไปด้วยการเลื่อนชั้นและตกชั้น โดยมีสนามบรุกเว็กเป็นศูนย์รวมศรัทธาของแฟนบอลผู้ไม่เคยทอดทิ้งทีม
โวล์ฟกัง ฟรังค์ วางปรัชญาฟุตบอลสมัยใหม่และสร้างดีเอ็นเอของไมนซ์
กลางทศวรรษ 1990 โวล์ฟกัง ฟรังค์เข้ามาเปลี่ยนแนวทางของสโมสร เขานำระบบกองหลังสี่คน การคุมพื้นที่ และการเพรสซิ่งมาใช้ในช่วงที่หลายทีมในเยอรมนียังพึ่งตัวกวาด แนวคิดดังกล่าวช่วยให้ทีมงบประมาณจำกัดต่อสู้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า และมีอิทธิพลต่อผู้เล่นอย่างเยอร์เกน คล็อปป์ รากฐานของฟรังค์กลายเป็นต้นแบบของ Mainz DNA ซึ่งเน้นความเข้มข้น ความสามัคคี และความกล้าที่จะเล่นฟุตบอลเชิงรุก
เยอร์เกน คล็อปป์ เปลี่ยนจากนักเตะสู่กุนซือผู้ปลุกความฝันทั้งเมือง
คล็อปป์รับใช้ไมนซ์ในฐานะนักเตะตั้งแต่ปี 1990 ก่อนถูกแต่งตั้งเป็นกุนซือในปี 2001 ท่ามกลางภารกิจหนีตกชั้น เขาช่วยรักษาทีมไว้ได้และพาสโมสรลุ้นเลื่อนชั้นทันที แต่ความฝันต้องพังทลายอย่างเจ็บปวดในสองฤดูกาลแรก โดยเฉพาะปี 2002/03 ที่พลาดตั๋วเพราะผลต่างประตู อย่างไรก็ตาม สโมสรยังเชื่อมั่นในตัวเขา กระทั่งชัยชนะเหนือไอน์ทรัคท์ เทรียร์ในปี 2004 ส่งไมนซ์ขึ้นบุนเดสลีกาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
เปิดฉากบุนเดสลีกาและสร้างคืนยุโรปครั้งแรกของทีมคาร์นิวัลผู้กล้าหาญ
ไมนซ์ลงเล่นบนลีกสูงสุดฤดูกาล 2004/05 ด้วยฟุตบอลเปี่ยมพลังและบรรยากาศแห่งความสนุก แม้มีงบประมาณจำกัด ทีมของคล็อปป์สามารถอยู่รอดได้ ก่อนคว้าสิทธิ์แข่งขันยูฟ่าคัพฤดูกาล 2005/06 ผ่านโควตาแฟร์เพลย์ เส้นทางครั้งนั้นพาสโมสรเล็กจากแม่น้ำไรน์ออกไปสัมผัสเวทียุโรปเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ไมนซ์ตกชั้นในปี 2007 และคล็อปป์อำลาทีมในปี 2008 หลังพลาดการเลื่อนชั้นกลับบุนเดสลีกา
โธมัส ทูเคิล สานต่อฟุตบอลแห่งแนวคิดและยกระดับไมนซ์สู่หัวตาราง
ไมนซ์เลื่อนชั้นกลับสู่บุนเดสลีกาในปี 2009 ก่อนแต่งตั้งโธมัส ทูเคิล ซึ่งเพิ่งพาทีมเยาวชนคว้าแชมป์เยอรมันขึ้นคุมชุดใหญ่ เขาพัฒนาทีมให้เล่นได้หลากหลายและปรับแท็กติกตามคู่แข่ง ฤดูกาล 2010/11 ไมนซ์ออกสตาร์ตด้วยชัยชนะเจ็ดนัดติดต่อกัน ก่อนจบอันดับ 5 และคว้าสิทธิ์ไปยูโรปาลีก ความสำเร็จดังกล่าวยืนยันภาพของสโมสรในฐานะแหล่งสร้างโค้ชและนักเตะคุณภาพอย่างแท้จริง
เมวา อารีนา และยุคปัจจุบันของนักสู้ผู้ยืนหยัดบนบุนเดสลีกา
การย้ายสู่สนามแห่งใหม่ในปี 2011 ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อเมวา อารีนา เปิดบทใหม่ให้สโมสร ไมนซ์จบอันดับ 6 ในฤดูกาล 2015/16 และผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาลถัดมา แม้ต้องเผชิญวิกฤตหนีตกชั้นหลายครั้ง ทีมยังรักษาสถานะบนบุนเดสลีกาไว้ได้ด้วยการพัฒนาดาวรุ่ง เลือกใช้กุนซือที่เข้าใจวัฒนธรรม และต่อสู้อย่างเป็นหนึ่งเดียวกับกองเชียร์ ตัวตนของทีมคาร์นิวัลจึงยังคงส่งเสียงกึกก้องในฟุตบอลเยอรมัน