ประวัติสโมสรลีดส์ยูไนเต็ด ตำนานความยิ่งใหญ่แห่งทัพยูงทองในลีกลูกหนังเกาะอังกฤษ
สโมสรฟุตบอลลีดส์ ยูไนเต็ด (Leeds United F.C.) หรือที่แฟนบอลชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีในฉายา "ยูงทอง" คือหนึ่งในสโมสรที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังและฐานแฟนบอลที่จงรักภักดีที่สุดใน ฟุตบอลอังกฤษ ด้วยบรรยากาศเสียงเชียร์ที่ดุดัน ณ สนาม เอลแลนด์ โร้ด ทำให้ที่นี่กลายเป็นสังเวียนที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของชาวยอร์คเชียร์
บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอย ประวัติลีดส์ยูไนเต็ด เจาะลึกตั้งแต่จุดกำเนิดจากการล่มสลายของสโมสรเดิม ยุคทองอันเกรียงไกรที่คว้าแชมป์มากมาย วิกฤตการณ์ทางการเงินที่พาทีมดิ่งลงเหว ไปจนถึงการฟื้นคืนชีพกลับมาสู่เวที พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง มาร่วมสัมผัสเรื่องราวความยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของทัพยูงทองไปพร้อมกันครับ
จุดกำเนิดสโมสรลีดส์ยูไนเต็ดจากการล่มสลายของทีมลีดส์ซิตี้ในปี 1919
ประวัติศาสตร์ของสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1919 หลังจากที่สโมสรเดิมประจำเมืองอย่าง ลีดส์ ซิตี้ ถูกสมาคมฟุตบอลสั่งยุบทีมเนื่องจากข้อหาจ่ายเงินผิดกฎหมายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แฟนบอลและผู้บริหารกลุ่มใหม่จึงรวมตัวกันก่อตั้ง "ลีดส์ ยูไนเต็ด" ขึ้นมาทดแทน โดยได้เข้าเป็นสมาชิกของฟุตบอลลีกในปี 1920 และรับสืบทอดสนามเอลแลนด์ โร้ด มาใช้เป็นรังเหย้าถาวรนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ยุคทองของดอนเรวี่และการสร้างมหาอำนาจลูกหนังด้วยความดุดัน
จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1961 เมื่อ ดอน เรวี่ (Don Revie) อดีตผู้เล่นของทีมก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้จัดการทีม เขาเปลี่ยนสีชุดแข่งเป็นสีขาวล้วนแบบเรอัล มาดริด และสร้างทีมที่มีสไตล์การเล่นอันดุดัน เข้มแข็ง และเต็มไปด้วยความกระหายชัยชนะ เรวี่พาลีดส์คว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย เอฟเอคัพ และลีกคัพ รวมถึงการเข้าไปผงาดในเวทียุโรป สถาปนาทีมให้เป็นมหาอำนาจในทศวรรษ 1960 และ 1970
ความสำเร็จในยุคฮาวเวิร์ดวิลกินสันกับการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในยุค 90
หลังจากยุคทอง สโมสรมีช่วงเวลาที่ตกต่ำลงไปเล่นในดิวิชัน 2 จนกระทั่ง ฮาวเวิร์ด วิลกินสัน (Howard Wilkinson) เข้ามาคุมทีม เขาปรับปรุงระบบเยาวชนและสร้างทีมใหม่จนสามารถพาลีดส์เลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ และที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นคือการผงาดคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ได้ในฤดูกาล 1991-1992 ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยสุดท้ายก่อนที่ฟุตบอลอังกฤษจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคพรีเมียร์ลีก
ทศวรรษที่เต็มไปด้วยความฝันและการทะลุถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นปี 2000 ลีดส์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของประธานสโมสร ปีเตอร์ ริดส์เดล และกุนซือ เดวิด โอเลียรี่ ได้ทุ่มเงินมหาศาลซื้อนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีม พวกเขาสร้างผลงานช็อกยุโรปด้วยการทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล 2000-2001 ยุคนี้เต็มไปด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ที่แฟนบอลหวังว่าจะได้เห็นสโมสรก้าวขึ้นไปเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของทวีป
วิกฤตทางการเงินที่เลวร้ายและการร่วงหล่นสู่ลีกระดับล่างอย่างเจ็บปวด
ทว่าการใช้จ่ายที่เกินตัวและการพลาดตั๋วแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลต่อมา ทำให้สโมสรต้องแบกรับภาระหนี้สินมหาศาล วิกฤตทางการเงินที่เลวร้ายที่สุดบังคับให้ทีมต้องขายสตาร์ดังออกไปทั้งหมด ส่งผลให้ลีดส์ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในปี 2004 ความเจ็บปวดไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อในอีกสามปีต่อมาสโมสรต้องตกชั้นลงไปสู่ลีกวัน (ลีกระดับสาม) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และต้องใช้เวลายาวนานในลีกล่างถึง 16 ปีเต็ม
การเข้ามาของมาร์เซโลบิเอลซ่าและการฟื้นคืนชีพของทัพยูงทอง
ความหวังที่ริบหรี่ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งในปี ค.ศ. 2018 เมื่อสโมสรแต่งตั้ง มาร์เซโล บิเอลซ่า (Marcelo Bielsa) ยอดกุนซืออัจฉริยะชาวอาร์เจนตินาเข้ามาคุมทีม บิเอลซ่าเข้ามาปรับเปลี่ยนทัศนคติและสไตล์การเล่นให้กลายเป็นฟุตบอลเกมรุกที่วิ่งสู้ฟัดและกดดันคู่แข่งอย่างบ้าคลั่ง ความทุ่มเทของเขาส่งผลให้ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์แชมเปียนชิพในฤดูกาล 2019-2020 และเลื่อนชั้นกลับคืนสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
ก้าวต่อไปของสโมสรลีดส์ยูไนเต็ดเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ในยุคปัจจุบัน
หลังจากกลับมาโลดแล่นในระดับสูงได้ช่วงเวลาหนึ่ง สโมสรยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาความสม่ำเสมอ แม้ปัจจุบันจะต้องลงไปต่อสู้ในลีกแชมเปียนชิพอีกครั้ง แต่ด้วยรากฐานที่บิเอลซ่าวางไว้ กลุ่มทุนเจ้าของใหม่ที่มีความมุ่งมั่น และเสียงเชียร์ "Marching on Together" ที่ดังกึกก้องจากแฟนบอล ทัพยูงทองก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ และกลับมายืนหยัดบนจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง