ประวัติสโมสรโคเวนทรี ซิตี้ ตำนานความยิ่งใหญ่แห่งทัพช้างกระทืบโรงในฟุตบอลอังกฤษ
สโมสรฟุตบอลโคเวนทรี ซิตี้ (Coventry City F.C.) หรือที่แฟนบอลชาวไทยคุ้นเคยกันในฉายาสุดดุดันว่า "ช้างกระทืบโรง" และฉายา "เดอะ สกายบลูส์" (The Sky Blues) คือทีมที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังและสปิริตนักสู้ของ ฟุตบอลอังกฤษ พวกเขาคืออดีตทีมขาประจำบนลีกสูงสุดที่เคยฝากผลงานอันยอดเยี่ยมเอาไว้มากมาย
บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอย ประวัติสโมสรโคเวนทรี ซิตี้ เจาะลึกตั้งแต่จุดเริ่มต้นในโรงงานจักรยาน การปฏิวัติสโมสรครั้งใหญ่โดยยอดผู้จัดการทีม ตำนานการคว้าแชมป์บอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ วิกฤตการณ์ไร้รังเหย้าที่ทำให้ทีมเกือบพังทลาย สู่การลุกขึ้นสู้เพื่อฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง มาร่วมสัมผัสเส้นทางประวัติศาสตร์ของทัพช้างกระทืบโรงไปพร้อมกันครับ
จุดกำเนิดสโมสรโคเวนทรีซิตี้จากทีมฟุตบอลของคนงานโรงงานจักรยานซิงเกอร์
ประวัติศาสตร์ของโคเวนทรี ซิตี้ เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1883 โดยกลุ่มคนงานจากโรงงานผลิตจักรยานซิงเกอร์ (Singer Factory Gentlemen's Club) ได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมาในชื่อ "ซิงเกอร์ส เอฟซี" ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น โคเวนทรี ซิตี้ อย่างเป็นทางการในปี 1898 สโมสรเริ่มต้นจากการแข่งขันในลีคสมัครเล่นท้องถิ่น และค่อยๆ ขยับขยายก้าวเข้าสู่การเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัวในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ยุคแห่งการปฏิวัติสีฟ้าของจิมมี่ฮิลล์ที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์สโมสรโคเวนทรี
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดของสโมสรเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1961 เมื่อสโมสรแต่งตั้ง จิมมี่ ฮิลล์ (Jimmy Hill) เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม เขาได้ริเริ่ม "Sky Blue Revolution" หรือการปฏิวัติสีฟ้า ด้วยการเปลี่ยนชุดแข่งเป็นสีฟ้าล้วน เปลี่ยนฉายาเป็น เดอะ สกายบลูส์ และพัฒนาระบบการจัดการทุกด้าน ฮิลล์พาทีมคว้าแชมป์ดิวิชันสามและดิวิชันสอง เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 1967 สร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับสโมสร
มนต์ขลังของสนามไฮฟิลด์โร้ดและการยืนหยัดบนลีกสูงสุดอย่างยาวนาน
ตลอดการเดินทางในลีกสูงสุด รังเหย้าที่เปรียบเสมือนป้อมปราการของทีมคือ "ไฮฟิลด์ โร้ด" (Highfield Road) ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลแห่งแรกของอังกฤษที่ติดตั้งที่นั่งครบทุกอัฒจันทร์ในปี 1981 โคเวนทรี ซิตี้ กลายเป็นทีมขาประจำในลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษยาวนานถึง 34 ปีติดต่อกัน (1967-2001) พวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมจอมหนีตายที่มักจะสร้างผลงานพลิกล็อกล้มทีมยักษ์ใหญ่ได้เสมอ ทำให้แฟนบอลประทับใจในสปิริตที่ไม่เคยยอมแพ้
การคว้าแชมป์เอฟเอคัพปี 1987 ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของทัพช้างกระทืบโรง
ถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรคือการคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ในฤดูกาล 1986-1987 ภายใต้การคุมทีมของ จอห์น ซิลเล็ตต์ (John Sillett) และ จอร์จ เคอร์ติส (George Curtis) โคเวนทรี ซิตี้ ทะลุเข้าชิงชนะเลิศกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่สนามเวมบลีย์ ในเกมที่เต็มไปด้วยความดุเดือด ทั้งสองทีมเสมอกันในเวลาปกติ ก่อนที่โคเวนทรีจะมาได้ประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ เฉือนชนะไป 3-2 คว้าแชมป์รายการเมเจอร์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
วิกฤตการณ์การเงินและการร่วงหล่นจากเวทีพรีเมียร์ลีกสู่ลีกระดับล่าง
หลังจากเป็นสมาชิกของพรีเมียร์ลีกมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โคเวนทรี ซิตี้ ต้องพบกับฝันร้ายเมื่อพวกเขาตกชั้นในปี ค.ศ. 2001 การตกชั้นครั้งนี้นำมาซึ่งวิกฤตทางการเงินอย่างรุนแรง การบริหารงานที่ผิดพลาดและภาระหนี้สิน ทำให้ทีมไม่สามารถทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนมาได้ หนำซ้ำยังต้องร่วงหล่นลงไปเล่นในลีกระดับที่สาม (ลีกวัน) และลีกระดับที่สี่ (ลีกทู) เป็นช่วงเวลาที่มืดมิดและยากลำบากที่สุดของเหล่าแฟนบอลสีฟ้า
ปัญหาไร้รังเหย้าและการพลัดพรากจากสนามเหย้าโคเวนทรีบิลดิ้งโซไซตี้
นอกจากผลงานในสนามที่ตกต่ำ สโมสรยังต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องรังเหย้าอย่างหนัก แม้จะย้ายออกจากไฮฟิลด์ โร้ด มายังสนามใหม่ที่ทันสมัยอย่าง ริโก้ อารีน่า (ปัจจุบันคือ โคเวนทรี บิลดิ้ง โซไซตี้ อารีน่า) แต่ปัญหาข้อพิพาทเรื่องค่าเช่ากับเจ้าของสนาม ทำให้สโมสรต้องระหกระเหินไปขอเช่าสนามของสโมสรอื่นลงเล่นถึงสองครั้ง ทั้งที่เมืองนอร์ทแธมป์ตันและเบอร์มิงแฮม สร้างความเจ็บปวดให้กับแฟนบอลที่ต้องเห็นทีมรักไร้บ้านเป็นเวลานาน
การคืนชีพของโคเวนทรีภายใต้มาร์คโรบินส์และก้าวต่อไปในยุคปัจจุบัน
แม้วจะผ่านเรื่องราวที่เลวร้าย แต่สปิริตของทัพช้างกระทืบโรงก็ไม่เคยดับสูญ การเข้ามาคุมทีมของ มาร์ค โรบินส์ (Mark Robins) เปรียบเสมือนการปลุกชีพสโมสรขึ้นมาอีกครั้ง เขาพาทีมเลื่อนชั้นจากลีกทูทะยานกลับขึ้นมาสู่ลีกแชมเปียนชิพได้สำเร็จ พร้อมกับได้กลับมาเล่นในรังเหย้าของเมืองตัวเองอีกครั้ง ปัจจุบัน โคเวนทรี ซิตี้ สร้างทีมด้วยระบบที่แข็งแกร่งและฟุตบอลเกมรุกที่ทันสมัย พร้อมสานต่อความฝันและท้าทายทุกขีดจำกัดเพื่อกลับไปผงาดบนเวทีลีกสูงสุดของอังกฤษให้ได้อีกครั้ง