ประวัติสโมสรแอสตันวิลล่า ตำนานความยิ่งใหญ่แห่งทัพสิงห์ผงาดในลีกลูกหนังอังกฤษ
สโมสรฟุตบอลแอสตัน วิลล่า (Aston Villa F.C.) หรือที่แฟนบอลชาวไทยคุ้นเคยในฉายา "สิงห์ผงาด" คือหนึ่งในสโมสรที่เก่าแก่ ทรงอิทธิพล และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของวงการ ฟุตบอลอังกฤษ ด้วยการเป็นทีมผู้ร่วมบุกเบิกการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ทำให้พวกเขามีฐานแฟนบอลที่จงรักภักดีและสนาม วิลล่าพาร์ค ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง
บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอย ประวัติแอสตันวิลล่า ตั้งแต่จุดเริ่มต้นโดยกลุ่มสมาชิกโบสถ์ท้องถิ่น ยุคเรืองรองที่กวาดแชมป์มากมาย ค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์เจ้ายุโรป ช่วงเวลาแห่งการตกต่ำ และการกลับมาผงาดอีกครั้งในยุคปัจจุบัน มาร่วมสัมผัสเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของหนึ่งในสโมสรระดับตำนานแห่งเกาะอังกฤษไปพร้อมกันครับ
จุดกำเนิดสโมสรแอสตันวิลล่าโดยกลุ่มสมาชิกของโบสถ์ในเมืองเบอร์มิงแฮม
ประวัติศาสตร์ของสโมสรเริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1874 เมื่อสมาชิกของโบสถ์วิลล่าครอสเวสลียัน (Villa Cross Wesleyan Chapel) ในย่านแฮนด์สเวิร์ธ เมืองเบอร์มิงแฮม ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมาเพื่อให้สมาชิกมีกิจกรรมทำในช่วงฤดูหนาว โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อลงแข่งขันกับทีมรักบี้ท้องถิ่น สโมสรเริ่มใช้สีเลือดหมูและสีฟ้า (Claret and Blue) เป็นสีประจำทีม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายสโมสรในอังกฤษ
วิลเลียมแมคเกรเกอร์และการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งฟุตบอลลีกอาชีพของอังกฤษ
แอสตัน วิลล่า ไม่ได้เป็นเพียงแค่สโมสรฟุตบอล แต่พวกเขายังเป็นผู้บุกเบิกวงการลูกหนังอังกฤษอย่างแท้จริง ในปี ค.ศ. 1888 วิลเลียม แมคเกรเกอร์ (William McGregor) ผู้อำนวยการสโมสรของวิลล่าในขณะนั้น ได้เป็นหัวหอกสำคัญในการรวบรวมสโมสรชั้นนำเพื่อก่อตั้ง "ฟุตบอลลีก" (The Football League) ขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพมาจนถึงพรีเมียร์ลีกยุคปัจจุบัน
ความสำเร็จในยุคแรกและการย้ายเข้าสู่รังเหย้าวิลล่าพาร์คอันเป็นตำนาน
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 แอสตัน วิลล่า ถือเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ พวกเขากวาดแชมป์ลีกสูงสุดและเอฟเอคัพได้อย่างมากมาย และด้วยฐานแฟนบอลที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี ค.ศ. 1897 สโมสรจึงได้ย้ายสนามเหย้ามายัง "วิลล่าพาร์ค" (Villa Park) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสเตเดียมที่เก่าแก่และมีความขลังที่สุดแห่งหนึ่งในเกาะอังกฤษ และยังคงถูกใช้เป็นรังเหย้าของสโมสรมาจนถึงทุกวันนี้
การคว้าแชมป์ยุโรปครั้งประวัติศาสตร์ของทัพสิงห์ผงาดในปี 1982
หลังจากห่างหายจากความสำเร็จไปนาน สโมสรก็กลับมาผงาดอีกครั้งในยุค 1980 ภายใต้การนำของ รอน ซอนเดอร์ส ที่พาทีมคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ในฤดูกาล 1980-1981 แต่จุดสูงสุดของประวัติศาสตร์สโมสรเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1982 ภายใต้การคุมทีมของ โทนี่ บาร์ตัน เมื่อแอสตัน วิลล่า สามารถทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ยูโรเปียนคัพ (ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก) และปราบยอดทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ลงได้ 1-0 จากประตูชัยของ ปีเตอร์ วิธ คว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
การเข้าร่วมศึกพรีเมียร์ลีกและการคว้าแชมป์ลีกคัพในช่วงทศวรรษ 90
เมื่อเข้าสู่ยุคพรีเมียร์ลีกในปี ค.ศ. 1992 แอสตัน วิลล่า ถือเป็นหนึ่งในทีมหัวแถวที่ร่วมขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างสนุกในฤดูกาลแรก แม้จะไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้ แต่ในช่วงทศวรรษ 1990 สโมสรก็ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นทีมชั้นนำ และสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกคัพ (League Cup) มาครองได้ถึงสองสมัย ในปี 1994 และ 1996 สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนบอลสิงห์ผงาดได้เสมอ
ช่วงเวลาแห่งความตกต่ำและการร่วงหล่นลงสู่ลีกแชมเปียนชิพ
หลังจากที่ต้องเผชิญกับปัญหาการบริหารและการลงทุนที่ผิดพลาด แอสตัน วิลล่า ก็ค่อยๆ ประสบกับความถดถอย ผลงานของทีมตกลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่แฟนบอลไม่อยากให้เกิดขึ้น ในฤดูกาล 2015-2016 สโมสรทำผลงานได้อย่างย่ำแย่และต้องกระเด็นตกชั้นลงไปเล่นในลีกแชมเปียนชิพ ปิดฉากการอยู่บนลีกสูงสุดยาวนานถึง 29 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและมืดมนที่สุดของทีมและแฟนบอล
การกลับมาผงาดบนลีกสูงสุดและยุคใหม่ภายใต้การนำของอูไนเอเมรี่
ทัพสิงห์ผงาดใช้เวลา 3 ฤดูกาลในการดิ้นรนก่อนจะเพลย์ออฟเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในปี 2019 การกลับมาครั้งนี้ทีมได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ และจุดเปลี่ยนสำคัญคือการแต่งตั้ง อูไน เอเมรี่ (Unai Emery) เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม เขาได้เปลี่ยนวิลล่าให้กลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกดุดันและมีแทคติกที่ยอดเยี่ยม จนสามารถพาทีมกลับไปลุยฟุตบอลยุโรปและติดอันดับท็อปโฟร์ของลีกได้อีกครั้ง สถาปนาการกลับมาผงาดของแอสตัน วิลล่า อย่างเต็มภาคภูมิ