กลับ / 24/06/2018 14:39 / เยอรมันพลิกนรกตบสวีเดนใจหายใจคว่ำ




เกมของเยอรมันในครึ่งหลังมีประสิทธิภาพมากกว่าครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด โยนาส เฮคเตอร์และโยชัว คิมมิช เป็นสองคนที่ได้บอลบ่อยครั้งเนื่องจากแดนกลางของสวีเดนแน่นจึงต้องออกด้านริมเส้น ในครึ่งแรกพวกเขาใช้วิธีครอสบอลสูงใส่เข้ากรอบเขตโทษซึ่งกองหลังของสวีเดนเก็บกินได้หมดเพราะค่อนข้างจะได้เปรียบในเรื่องรูปร่างมากกว่าฝั่งเยอรมัน  แต่พอครึ่งหลังเริ่มมาพวกเขาดูจะเน้นการเปิดบอลเรียดเข้าทำมากกว่า ซึ่งก็เป็นผลจนได้ประตูแรก

การเปลี่ยนตัวของ โยอาคิม เลิฟ สร้างชีวิตชีวาให้กับเยอรมันเช่นกัน แต่ในทางกลับกันครึ่งหลังสวีเดนถอยลงมาตั้งรับค่อนข้างมาก พวกเขามีโอกาสทำเกมเร็วโต้กลับได้ แต่พวกเขาเลือกดึงเกม ดูเหมือนจะพอใจกับ 1 แต้ม แม้แต่ตอน เยโรม บัวเต็ง โดนไล่ออก พวกเขาก็ยังไม่คิดจะทำเกมบุก จนกลายเป็นว่ามาเสียลูกฟรคิกนาทีสำคัญนำมาซึ่งการเสียประตูท้ายเกม

แม้จะเป็นคนจ่ายพลาดจนเป็นที่มาของการเสียประตูแรกก็ตาม แต่ตลอดทั้งเกมโทนี่ โครสเป็นคนขับเคลื่อนเกมรุกของเยอรมัน  แถมยังเป็นคนซัดประตูสุดสวยในนาทีสุดท้ายอีก ไม่ผิดที่เขาจะถูกเรียกว่า "เดอะแบก" ของทัพอินทรีเหล็กชุดนี้

แม้ว่าจะชนะได้แต่เมื่อดูรายละเอียดในเกมแล้ว แนวรุกของทัพอินทรีเหล็กยังดูมีปัญหาโดยเฉพาะการจบสกอร์ กองหน้าอย่างติโม แวร์เนอร์ แม้จะมีจังหวะวูบวาบแต่ก็ยังไม่สามารถปิดสกอร์ได้ ขณะที่ดาวซัลโวเมื่อฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วอย่าง โธมัส มุลเลอร์ ดูจะทำฟอร์มเก่งหายไปแบบไม่กลับมา ยังไม่รวมถึง ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ที่เล่นไม่ออกจนต้องโดนเปลี่ยนออกไป คนที่พอจะมีฝากความหวังในแนวรุกได้นั้นคือ มาร์โก รอยส์ ที่มีบทบาทกับเกมค่อนข้างมากแถมยังซัดประตูตีเสมอในต้นครึ่งหลังได้อีก

กองหลังของเยอรมันมีปัญหาอีกแล้ว ผู้เล่นเยอรมันมักจะเติมเกมรุกกันสูงจนลงมาช่วยเกมรับไม่ทัน โดยเฉพาะเยโรม บัวเต็ง จะเห็นในครึ่งแรกที่เติมขึ้นไปสองถึงสามครั้งจนหลุดตำแหน่ง และยังเกือบทำทีมเสียจุดโทษ แถมในครึ่งหลังยังมาทำพลาดเสียใบแดงอีก

ในครึ่งแรกจะเห็นว่าสวีเดนมีโอกาสสวนกลับมาสวยได้ 3 ครั้ง ซึ่งถ้าทัพไวกิ้งสามารถจบสกอร์ได้แบบเฉียบขาดเกมจะเปลี่ยนไปในทันที ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ทัพอินทรีเหล็กต้องกลับไปปรับปรุงระเบียบเกมรับ หากหวังจะเข้ารอบลึกๆ

2 นัดที่ผ่านมาของเยอรมันสังเกตว่าลักษณะของเกมแทบจะเหมือนกันเลย พวกเขาเริ่มต้นเกมด้วยการเซ็ตบอลช้าก่อนจะถ่ายบอลไปมาแต่สุดท้ายจบไม่ลงตามเคย ก่อนจะมาเร่งเครื่องในช่วงท้ายเกม ทีมที่เล็กกว่าเยอรมันก็จะมาเน้นแผนตั้งรับและอาศัยจังหวะสวนกลับคมๆ เกมต่อไปกับเกาหลีใต้ก็คาดว่าจะเป็นอย่างนี้ เราอาจจะได้เห็นภาพเดจาวูอีกก็เป็นได้ ดังนั้น โยอาคิม เลิฟ คงต้องปรับเปลี่ยนแผนเกมรุกโดยด่วน หาวิธีที่หลากหลายกว่านี้ในการแหวกแนวรับคู่แข่ง เกมสุดท้ายจะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าพวกเขาดีพอจะเข้ารอบไหม?

ข่าวสารทั่วไป